
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นพระราชโอรสองค์ใหญ่ของพระองค์ ทรงพระนามว่า เจ้าชายมหาปทุม
เจ้าชายมหาปทุมทรงเป็นผู้ที่มีพระสิริโฉมงดงาม เฉลียวฉลาด และเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม พระองค์ทรงเจริญวัยขึ้นมาพร้อมกับพระอนุชาทั้งสองพระองค์ คือ เจ้าชายอัคคิปปะกะ และเจ้าชายโชติปะกะ
เมื่อถึงเวลาอันสมควร พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงสละราชสมบัติ ถวายให้แก่เจ้าชายมหาปทุม ขึ้นครองราชย์แทน
แต่แล้ว วันหนึ่ง พระราชาผู้สละราชสมบัติ ก็ทรงประชวรหนักใกล้จะสิ้นพระชนม์
ก่อนสวรรคต พระองค์ทรงมีรับสั่งเรียกพระราชโอรสทั้งสามพระองค์เข้ามาเฝ้า
“ลูกทั้งสามเอ๋ย พ่อกำลังจะจากพวกเจ้าไปแล้ว” พระองค์ตรัสด้วยเสียงอันอ่อนแรง “พ่ออยากจะฝากฝังแผ่นดินนี้ไว้กับพวกเจ้า หากพวกเจ้าสามารถครองราชย์โดยธรรม บ้านเมืองก็จะเจริญรุ่งเรือง”
“แต่พ่อมีคำเตือนเล็กน้อย” พระราชาตรัสต่อ “อย่าได้หลงในอำนาจ หรือความสุขทางโลกจนลืมเลือนความจริงของชีวิต
“ลูกทั้งสามจงสัญญาว่า จะไม่หลงในกามคุณ และจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์”
เจ้าชายมหาปทุมและเจ้าชายอัคคิปปะกะ ได้ถวายบังคมรับคำสัญญาอย่างเคร่งครัด
แต่เจ้าชายโชติปะกะ ผู้มีจิตใจหยาบกระด้าง กลับไม่เต็มใจที่จะรับคำสัญญานั้น “ข้าพระพุทธเจ้าไม่เชื่อในสิ่งที่ตาไม่เห็น! ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่ยอมผูกมัดตนเองด้วยคำสัญญาอันไร้สาระ!”
เมื่อพระราชาสวรรคตแล้ว เจ้าชายมหาปทุมก็ขึ้นครองราชย์ และทรงปกครองด้วยทศพิธราชธรรม
ส่วนเจ้าชายโชติปะกะ ก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมา หมกมุ่นอยู่กับกามคุณ ไม่สนใจในคำสั่งสอนของพี่ชาย
วันหนึ่ง เจ้าชายโชติปะกะ ได้พบกับหญิงงามผู้หนึ่งนามว่า ปทุมวดี นางเป็นหญิงงามที่ใครๆ ก็หมายปอง แต่เจ้าชายโชติปะกะกลับหลงใหลในรูปโฉมของนางอย่างรุนแรง
เขาได้ลอบมีความสัมพันธ์กับนาง และหมกมุ่นอยู่กับนางจนไม่เป็นอันทำราชการ
เจ้าชายมหาปทุมทรงทราบเรื่อง จึงทรงเรียกน้องชายเข้ามาตักเตือน “น้องชายเอ๋ย เจ้ากำลังหลงผิด! หญิงผู้นี้เป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ เจ้าจงเลิกยุ่งเกี่ยวกับนางเสีย!”
“พี่อย่ามาสั่งสอนข้า!” เจ้าชายโชติปะกะตวาด “นางเป็นคนรักของข้า! พี่ไม่มีสิทธิ์มากล่าวหา!”
ด้วยความโกรธ เจ้าชายโชติปะกะจึงวางแผนร้ายกาจ เขาแอบลอบฆ่าเจ้าชายอัคคิปปะกะ ผู้เป็นพระอนุชาอีกพระองค์หนึ่ง แล้วนำศพไปซ่อนไว้
จากนั้น เขาก็ใส่ร้ายว่าเจ้าชายมหาปทุมเป็นผู้กระทำ!
“เจ้าชายมหาปทุมต่างหากที่ฆ่าน้องชายของเรา!” เจ้าชายโชติปะกะตะโกนต่อหน้าเสนาบดีและประชาชน “ข้าเห็นกับตา! พระองค์ทำไปเพราะทรงระแวงว่าน้องชายจะแย่งชิงราชสมบัติ!”
เหล่าเสนาบดีต่างตกใจกลัวอำนาจของเจ้าชายโชติปะกะ และเชื่อในคำกล่าวหาอันเลื่อนลอยนั้น
เจ้าชายมหาปทุมทรงถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ทั้งที่พระองค์ไม่ได้กระทำผิด พระองค์ทรงถูกเนรเทศออกจากเมือง
ขณะที่ทรงกำลังจะจากไป พระองค์ได้ตรัสกับเจ้าชายโชติปะกะว่า “น้องชายเอ๋ย เจ้ากำลังหลงผิดอย่างมหันต์! ความโลภและความหลงในกาม จะนำพาเจ้าไปสู่วังวนแห่งความทุกข์!”
เจ้าชายโชติปะกะหัวเราะเยาะ และไม่สนใจคำเตือนของพี่ชาย
เจ้าชายมหาปทุม ทรงใช้ชีวิตอย่างสมถะนอกเมือง พระองค์ทรงบำเพ็ญเพียร และตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม
ในขณะเดียวกัน เจ้าชายโชติปะกะก็ปกครองเมืองด้วยความโหดร้าย ผู้คนต่างเดือดร้อน
วันหนึ่ง เกิดพายุใหญ่พัดถล่มเมือง เสนาบดีที่รู้ความจริง ต่างพากันไปอัญเชิญเจ้าชายมหาปทุมกลับมา
เมื่อเจ้าชายมหาปทุมเสด็จกลับมา ก็ได้ทรงเปิดเผยความจริงเรื่องการฆาตกรรม
เจ้าชายโชติปะกะเมื่อถูกเปิดโปง ก็ตกใจกลัว และพยายามจะหนี แต่ก็ไม่ทัน
สุดท้าย เจ้าชายโชติปะกะก็ต้องรับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย
ส่วนเจ้าชายมหาปทุม ก็ได้ขึ้นครองราชย์อีกครั้ง และทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม
เรื่องราวของมหาปทุมชาดก สอนให้เราเห็นถึงภัยของกามคุณและความโลภ ที่สามารถนำพาบุคคลไปสู่การทำความผิดอันร้ายแรง และก่อให้เกิดความทุกข์แก่ตนเองและผู้อื่น
การรักษาศีล การมีสติ และการใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต คือหนทางที่จะนำพาเราไปสู่ความสงบสุขที่แท้จริง
— In-Article Ad —
กามคุณและความโลภ คือบ่อเกิดแห่งความทุกข์ หากไม่ยับยั้งชั่งใจ จะนำพาไปสู่การทำผิดและหายนะ
บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี, สัจจบารมี
— Ad Space (728x90) —
485ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์กับนกแก้ว ณ ดินแดนอันร่มรื่น งดงามราวกับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีอาณาจักรหนึ่งที่ปกครองโดยพ...
💡 การให้ธรรมะย่อมเป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด เพราะเป็นการชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิต การมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ และการละเว้นจากการเบียดเบียนผู้อื่น คือหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง
238ทุกนิบาตกุมารชาดก (ครั้งที่ 2) นานมาแล้ว ในยุคสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นพระกุมารผู้ทรงปัญญา ใ...
💡 ความกตัญญูและความรักที่มีต่อบุพการี สามารถบันดาลสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้ พลังที่แท้จริงมิได้อยู่ที่วัตถุภายนอก แต่อยู่ที่จิตใจที่บริสุทธิ์ ความตั้งใจที่แน่วแน่ และการกระทำที่เต็มไปด้วยความเมตตา.
153ทุกนิบาตสิริวิชยชาดกณ เมืองพาราณสี มีเศรษฐีผู้หนึ่งร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ถึงแ...
💡 ความร่ำรวยที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทรัพย์สิน แต่อยู่ที่จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบุญกุศลที่ยั่งยืน
231ทุกนิบาตกุรุงคัมพชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าอันเขียวชอุ่ม สุดไพศาล ซึ่งมีต้นกุรุงคัมพะ (ต้นไม้ชนิดหนึ่ง...
💡 ความสุขที่เกิดจากการเบียดเบียนผู้อื่นนั้นไม่ยั่งยืน การใช้สติปัญญาและความเมตตาในการดำรงชีวิต ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
253ติกนิบาตมหาสุบินชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแค...
💡 เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
— Multiplex Ad —